Nino,How did he join in JR
+++++
ความเป็นมาของหนุ่มๆ อาราชิ
ในการเข้า JR. เข้ามาได้อย่างไร และทำไมถึงเข้ามา
Essey รวบรวมจากการสัมภาษณ์ในรายการ
Hey Hey Hey เมื่อปี 2004 แปลครั้งแรกโดยAMNOS.net
เรียบเรียงเป็น essey ปี2007
บวกเพิ่มเติมสัมภาษณ์ให้ครบถ้วนโดย Dunadan
ความเป็นมาของนิโนะมิยะ
อะไรที่ทำให้เค้าได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในจอนนี่ส์จิมุโฉะ..
NINOMIYA KAZUNARI
พ่อกับแม่ของผมนั้นค่อนข้างที่จะกังวลเกี่ยวกับผมมากเกินเหตุ
คุณรู้ไหม อาจเพราะว่าตอนเด็กๆ ผมอยู่ในฝั่งย่านแออัดของโตเกียว
เพราะฉะนั้นผมเลยเข้าใจดีเลยว่าทำไมพ่อกับแม่ชอบคิดกังวล
ไปว่าลูกๆ อาจจะอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ผิดๆ ในสถานที่ผิด ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีอย่างนั้น
พวกเค้ากังวลเกินเหตุเกี่ยวกับผมไปทุกเรื่องที่ผมทำ
พวกเค้าคิดว่าเวลาที่ผมออกไปเล่นที่สวนสาธารณะกับเพื่อนๆ
ก็อาจจะไปติดยา หรือเวลาไปเล่นวีดีโอเกมกับเพื่อนทุกครั้ง
ก็ว่าไปเข้าแก็งค์ พวกเค้ากังวลมากๆๆทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ
แม้กระทั่งตอนที่ผมฟังเพลงฮิปฮอปหรือเพลงแร็พ
เค้าก็คิดว่ามันอาจจะมีอิทธิพลในเรื่องความรุนแรงกับผมตอนโตก็ได้
แต่พวกเค้าตอนั้นก็ไม่ได้รู้หรือตระหนักในสิ่งที่ผมชอบจริงๆจังๆ
อย่างเช่นการร้องเพลง,การแต่งเพลง, การเล่นกีต้าร์
หรือแม้แต่การเขียนเรื่องสั้นหรือกลอนเปล่าต่างๆ
เพราะเดาว่าตอนนั้นผมคงจะอายเกินไปที่จะให้คนอื่นๆ รู้
เพราะว่าในกลุ่มของผมตอนนั้น เด็กทุกคนต่างคิดว่า
การทำอะไรแบบนั้นเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงถ้าชอบอะไร"คลาสสิค"
แบบนั้น ผมไม่เคยแบ่งปันเรื่องที่ผมชอบนี้กับใครเลย
เมื่อพ่อกับแม่ได้ยินมาจากครอบครัวของเพื่อนว่า
จอนนี่ส์เปิดรับสมัครออดิชั่นพวกเค้าก็ได้ไอเดียที่ว่า
"จัดระเบียบเด็กๆ" ถ้าผมได้เข้าเป็นจอนนี่ส์ละก็
แต่สำหรับผมน่ะ ไม่เคยคิดที่จะเข้าเป็นจอนนี่ศืเลย
ผมคิดว่าผมมีความทะเยอทะยานที่มากกว่านั้น
คือการได้เป็นโปรเบสบอล ได้เล่นในลีกใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น
แล้วก็มีความหวังที่จะได้ถูกดึงไปเล่นลีกในอเมริกา
อย่างนักเบสบอลที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นเช่นคุณ Ichiro Suzuki
แล้วก็ได้เป็นนักเบสบอลอาชีพที่นั่น แต่พ่อกับแม่คิดว่าผมน่ะ
น่าจะเป็นที่รู้จักในฐานะจูเนียร์มากกว่าในฐานะนักกีฬาเบสบอล
มันใช้เวลาตั้งเดือนกว่าที่พวกเค้าจะเชื่อมั่นให้ผมเข้าทีมเบสบอลจริงๆ
ในวันที่ออดิชั่น ผมมีแข่งเบสบอลและครอบครัวของผมก็อยากให้ผม
ไปออดิชั่นมากกว่า ผมค่อนข้างโกรธที่พวกเค้าขวางไม่ให้ผมเล่นเบสบอล
แต่พวกเค้าก็ยื่นข้อเสนอที่ว่า หากว่าผมไปออดิชั่นจอนนี่ส์แล้วได้ละก็
จะจ่ายให้ผม 5000 เยน สุดท้ายผมก็ตกลงด้วย
ผมไปออดิชั่นแล้วก็ได้เข้าจริงๆ และผมก็ได้ 5000 เยนมา
ที่นั่นผมได้เจอคนอื่นๆ แต่ไม่มีใครมาจากฝั่ง "แออัดของโตเกียว" อย่างที่ผมอยู่เลย
แต่ละคนมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย มาจากสภาพแวดล้อมที่ดีกันทั้งนั้น
ตอนแรกผมคิดว่าผมน่ะคงจะไม่มีโอกาศได้เข้าหรอก เพราะผมเป็นคนเดียว
ที่เป็น "เด็กจากย่านแออัด" อาศัยอยู่ในแหล่งที่เสื่อมโทรมของเมือง
แต่ว่าผมก็โชคดีที่หลังจากสัมภาษณ์และได้โชว์ความสามารถ
ไม่ว่าอะไรที่ผมมีแล้วผมก็ได้เข้ามา
ระหว่างที่ฝึกซ้อมในวันที่มีการสอนเต้น โดยที่ไม่ได้คาดหมายมาก่อน
ผมก็ได้พบกับไอดอลที่ป๊อปปูลาร์ในอนาคตรวมถึง
Hideaki TakiZawa,Tsubasa Imai,Yuki Kohara แล้วก็
สมาชิกของ Music Academy และแน่นอนผมได้พบกับ
เพื่อนร่วมวงในอนาคต มาซากิ ไอบะ,มัตสึโมโตะ จุน
และต่อมาก็ได้รู้จัก โช ซากุไร แล้วก็ลีดเดอร์ (โอโนะ ซาโตชิ)
ไอบะ,มัตสึจุน แล้วก็ผมถูกจับลงในซับกรุ๊ปที่ชื่อว่า MAIN
กับ อิคุตะ โทมะ อีกคน พวกเราเข้ากันได้ดีอย่างทันทีแล้วก็สนิทกันมากๆ
เราได้ร่วมแสดงในคอนเสริต์ในฐานะจูเนียร์ครั้งแรกด้วยกัน
ตอนนั้นสนุกมากๆ แม้ว่าจริงๆแล้วผมจะไม่ได้ทำอะไรมากนักก็ตาม
แค่เต้นไปรอบๆ พร้อมกับเพื่อนๆ ตอนนั้นเนี่ยยังไม่รู้จักโชแล้วก็ลีดเดอร์
เพราะว่าพวกเค้าเป็นรุ่นพี่มากกว่าที่จะมาอยู่กับพวกเรา
และจูเนียร์ทุกๆ คน ก็ให้ความเคารพนับถือพวกเค้าเสมอ
โชเกาะกลุ่มอยู่กับจูเนียร์ที่ เท่ห์ที่สุด (ก็จะมี Hideaki TakiZawa,
Tsubasa Imai,Yuki Kohara แล้วก็Subaru Shibutani)
ผมได้ยินคำพูดของคนอื่นๆ และข่าวลือมาว่า
พวกเค้าเหล่าเนี้ยเป็น กลุ่มที่โปรดปราน ในจอนนี่ส์
มัตสึจุนก็เป็นที่โปรดปรานเหมือนกัน เพราะเค้าเคยเล่าให้ฟังว่า
เค้าเนี่ยไม่ได้ออดิชั่นเข้ามาจอนนี่ส์จูเนียร์(คือได้รับเลือกเข้าเลย)
ผมน่ะคิดเสมอว่าเค้าน่ะเป็นพวก Elite(จะเรียกว่าไงดีพวกหัวกะทิ,
คนชั้นเยี่ยมที่ได้รับการเลือกสรรแล้วไรงี้)
แต่เค้าก็ยังอยู่กับพวกซีเนียร์ แม้ว่าเค้าจะทำตัวเป็นหนึ่งในนั้น
แต่คงเป็นเพราะว่าอายุของเค้าทำให้ต้องติดอยู่กับพวกผม
ผมน่ะเคยถูกดุจากรุ่นพี่ด้วยนะ รุ่นพี่บางคนเข้มงวดมาก ๆ กับรุ่นน้อง
คนที่เต้นผิดหรือเต้นไม่ได้เรื่องในระหว่างซ้อม และผมก็กลัวพวกเค้ามาก
แต่ผมก็ยังคงแน่วแน่ในจุดยืนและพยายามทำให้ดีที่สุด
ในวันนึงผมได้เข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลของจูเนียร์
หรืองานแข่งกีฬาอะไรประมาณนั้น นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาส
ได้รู้จักจริงๆ กับจูเนียร์คนอื่นๆ ที่เป็น รุ่นพี่
ผมเจอกับลีดเดอร์ครั้งแรกที่นั่น (แต่คิดว่าลีดเดอร์คงจำไม่ได้หรอก)
เราสร้างความสัมพันธ์อันดีเล็กๆขึ้นจากในวันนั้น
เค้าพูดว่าเค้ารู้สึกเหมือนเป็นคนนอกเช่นกันไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดแบบนั้น
จากการที่คุยกันนั้น ผมรู้สึกว่าจากนี้ผมไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว
เค้าบอกกับผมว่าเค้าอยากจะเป็น จิตรกร จริงๆ จัง ๆ
และผมก็ได้บอกเค้าไปว่าผมก็อยากเป็นโปรเบสบอลแล้วก็นักเขียน
เราทั้งคู่ต่างก็บอกกันและกันว่าให้พยายามเพื่อทำให้ความฝันเป็นจริง
และหวังว่าเราสามารถออกจากจูเนียร์ได้ถ้าเราไม่สามารถทำฝันของเรา
ให้เป็นจริงได้ในที่นี่ และได้ก้าวไปสู่จุดหมายที่ใจต้องการ
ต่อมาสักพักตอนที่กำลังคุยอยู่กับลีดเดอร์ พวกเราก็เซอร์ไพรส์มาก
พวกเราถูกชวนไปเล่นวอลเลย์บอลโดย ยูกิกับโชคุง และพวกเราก็ตอบรับ
และด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ผมก็ได้สนิทกับสองคนนั้น ผมพบว่าเหมือนมี
บางอย่างที่ผูกพันระหว่างผมแล้วก็เพื่อนที่แสนดีต่อกันสองคนนั้น
แต่บางครั้งก็รู้สึกแย่นิดๆ เพราะว่าปกติแล้วเค้าก็จะไปไหนมาไหนกันสองคน
ทุก ๆคนรู้จักเค้าสองคน ผมรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องเข้าไปเป็นตัวเกินระหว่างทั้งคู่
แต่ถ้าไม่คำนึงถึงเรื่องอาวุโส หรือ เรื่องซัปกรุ๊ป หรือคนที่ผมไปไหนมาไหนด้วย
บ่อยๆแล้ว ผมสามารถสนิทกับคนทั้งสามกลุ่มนั้นได้ ผมประทับใจโชคุงเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเค้าเป็นหนึ่งใน รุ่นพี่ คนที่เคย ดุ ผมด้วย
โชคุงมีรสนิยมเดียวกับผมหลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่องกีฬา
เค้าชอบฟุตบอล ผมชอบเบสบอล และก็เหมือนเค้าจะเข้าใจผมดี
เวลาที่ให้ออกความเห็นกัน ว่าผมมาจากสถานที่แบบไหน
โชคุงน่ะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย และผมก็รู้สึกประหลาดใจมาก
ที่เค้ายินดีที่จะเป็นเพื่อนกับคนที่แต่งตัวไม่เป็นอย่างผม
ที่อาศัยอยู่ในย่านแออัดของโตเกียว เราต่างแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
เราเปลี่ยน MD หรือ CD ของศิลปินฮิฟฮอฟกันฟัง
หรือแม้แต่แลกเนื้อร้องแร็พที่ต่างคนต่างแต่งมาดูกัน
เราแลกอะไรมากมายหลายๆ อย่างด้วยกันที่ เป็นความลับ
ตอนที่ได้ยินข่าวว่าทางบริษัทจะสร้างกลุ่มเดบิวท์ใหม่
ผมได้ทายไว้ในใจแล้วว่าคงจะต้องเป็นคนในกรุ๊ปนั้นอย่างแน่นอน
(ทักกี้,ซึบะ,ยูกิ,ซูบารุ,โช แล้วก็อาจจะเป็นจุนด้วยอีกคน)
ผมยินดีกับ รุ่นพี่ ที่จะได้รับคัดเลือก จนยูกิซังบอกผมว่า
ชื่อของผมก็ติดอยู่ในลิสท์ที่จะได้เดบิวท์เช่นกัน แต่ไม่มีชื่อของโทมะ
ผมรู้สึกเสียใจมาก ผมรู้สึกว่ากลัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเพราะ
มันหมายถึงการปรากฏขึ้นรางๆและความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น
ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น
ดังนั้นผมเลยไปที่ออฟฟิศของคุณจอนนี่ส์ โชก็ไปด้วยกันในวันนั้น
เพื่อจะบอกให้คุณจอนนี่ส์ทราบว่าผมไม่ต้องการเดบิวท์ แต่พอผมไปถึง
ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว เราเลยสอดแนมไปรอบๆ และเจอกองกระดาษที่โต๊ะ
เราได้รู้ถึงแพลนชื่อของกรุ๊ปใหม่ และก็ชื่อจูเนียร์ที่มีโอกาสได้เดบิวท์
ชื่อทุกคนอยู่ที่นั่น รวมถึงชื่อผมด้วย
สองสามอาทิตย์ต่อมาผมได้รับโทรศัพท์จากคุณจอนนี่ส์
ถามว่ามีพาสปอร์ตหรือไม่ ผมตอบไปว่ามี แล้วคุณจอนนี่ส์ก็ถามว่า
อยากไปฮาวายหรือเปล่า ผมน่ะอยากที่จะได้ออกไปต่างประเทศ
ไปเที่ยวที่ต่างๆ เท่าที่โอกาสผมจะมี ก็เลยตอบตกลง ตอนที่ไปที่นั่น
ก็แฮปปี้มาก เพราะมีทั้งไอบะและจุน แล้วก็ยังมีโชและโอโนะคุงไปด้วย
ตอนที่พวกเราอยู่บนเรือนั้นผมรู้สึกเหมือนว่าถูกอธิบายอย่างย่อๆ อีกครั้ง
รู้สึกเหมือนตอนที่พ่อกับแม่อธิบายผมตอนที่เข้าเป็นจูเนียร์ใหม่ๆ
ผมได้ยินประกาศว่าพวกเราทั้งห้า ได้เดบิวท์ในฐานะศิลปินกลุ่มใหม่ ARASHI